วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

การเจิมเพื่อรับใช้ผู้คน


พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับให้เป็นอิสระ ลูกา 4:18

พระเยซูทรงทำพันธกิจรับใช้ผู้คนด้วยการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่เหนือชีวิตของพระองค์ การเจิมของพระองค์นั้นเป็นตัวอย่างของการรับใช้ผู้คนที่ให้เราทำตาม พระเยซูทรงคิดถึงใครเมื่อพระองค์ประกาศสั่งสอนต่อคนยากจน? พระองค์ทรงคิดถึงคนยากจนและพระองค์ทรงคิดถึงใครเมื่อทรงประกาศสั่งสอนเพื่อการปลดปล่อย ? ทรงคิดถึงคนที่ถูกผูกมัด ไม่ว่าด้วยการทำงานหนัก เหนื่อย ความเจ็บป่วย การทนทุกข์ในเรื่องของจิตใจ

ดังนั้น พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า อย่าแปลกใจถ้าเราจะต้องข้องเกี่ยว พบเจอกับผู้คนที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้กับเรา พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในคุกบ้าง เป็นคนยากจนบ้าง  คนเจ็บป่วยบ้าง คนที่โลกนี้ไม่ให้ความสำคัญกับเขาเลยบ้าง คนตาบอด คนมีภาระหนัก

เวลานี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ภายในเราทุกคน   พระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่กับเรานั้นเป็นผู้สอนเราถึงสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้เพื่อรับใช้คนอื่น ในทุกสถานการณ์ ขอให้พี่น้องติดตามการทรงนำของพระองค์ในการอธิษฐานเพื่อผู้ป่วย ปลดปล่อยผู้ถูกบีบบังคับ และขับไล่วิญญาณชั่วร้ายต่างๆ เพื่อพันธกิจของพระเยซูจะยังคงมีอยู่ในทุกวันนี้  ผ่านท่านและข้าพเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

การลองดูความเชื่อของท่าน

เพื่อการลองดูความเชื่อของท่าน อันประเสริฐยิ่งกว่าทองคำ ซึ่งแม้เสียไปได้ก็ยังถูกลองด้วยไฟ จะได้เป็นเหตุให้เกิดความสรรเสริญเกิดศักดิ์ศรีและเกียรติ ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ 1เปโตร 1:7
ทองคำจะต้องได้รับการถลุงให้บริสุทธิ์ เพื่อมันจะออกมาเป็นทองคำบริสุทธิ์สุกใส ความเชื่อของเราก็เช่นเดียวกัน  จำเป็นต้องเผชิญกับความทุกข์ เพื่อมันจะกลายเป็นความเชื่อที่แท้จริงได้ ในสัปดาห์เดียวกันไม่น่าเชื่อว่าพี่น้องในทีมงานของเราพบเจอกับการทดลองความเชื่อกันยกใหญ่ มี 2 ครอบครัวที่ขโมยขึ้นบ้าน มี 1 ครอบครัวที่คุณแม่ป่วยหนักกระทันหัน และหลังจากนั้นยังต้องพบกระแสความเข้าใจผิดในฐานะที่เป็นคริสเตียนคนเดียวในบ้าน มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น
ความเป็นเนื้อแท้ของความเชื่อของท่านและข้าพเจ้าต่างต้องพิสูจน์กันในเวลาเช่นนี้แหละ และเราต้องพิสูจน์ความเชื่อเช่นนี้ตลอดชีวิตของพวกเราเลยทีเดียว  โดยผ่านความทุกข์ยากลำบาก การทดลอง เหล่านี้จะทำให้เนื้อแท้ของความเชื่อปรากฏขึ้นมา และในที่สุดเราได้เห็นพระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์รักษา และเปลี่ยนแปลงบรรยากาศให้กลายเป็นพระพรในที่สุด  สรรเสริญพระเจ้า
ดังนั้น  ขอให้เราผู้ซึ่งเป็นแกนนำของคริสตจักรปทุมธานี เปิดใจรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าดี หรือร้าย จงอยู่อย่างมั่นคงเมื่อถึงวันยากลำบาก เพราะความเชื่อที่ไม่หวั่นไหวนั้นเองจะเป็นประตูที่เปิดกว้างให้เราได้เห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าเข้ามาอวยพรพวกเรา  ต่อหน้าต่อตาศัตรูและเราจะรู้ว่า การร้ายใดๆไม่สามารถหยุดยั้งความรัก ความดี และการจัดเตรียมของพระเจ้าที่มีต่อเราได้เลย
ให้เราระลึกเสมอว่า การลองดูความเชื่อของเรานั้นมีค่าประเสริฐยิ่ง และนั่นจะทำให้ชีวิตของพวกเราได้รับการถลุงให้บริสุทธิ์  เพื่อถวายสง่าราศีแด่พระเจ้ายิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น ...