วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เมื่อรับ ก็ต้องใช้ เมื่อให้ พระเจ้าก็เพิ่มพูน

เมื่อเรากำลังรับใช้พระเจ้า ประกาศ เลี้ยงดู หนุนใจผู้อื่นเท่ากับเรากำลังอยู่เพื่อพระคริสต์ พระเจ้ามีพระวจนะคำเป็นกุญแจให้เราใช้ไขปัญหาส่วนตัวที่พวกเราต้องพบเจอในแต่ละวัน 

ไม่ว่าเราจะเป็นผู้รับใช้มือใหม่หรือจะเป็นเซียนระดับแนวหน้าขนาดไหนก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเองก็ต้องพบปัญหา ความกดดัน การทดลองใจเหมือนกันหมดทุกคนไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ไม่ทางสามี ก็ภรรยา หรือไม่ก็ลูก หรือไม่ก็เพื่อนร่วมงาน พ่อแม่ตัวเอง

สิ่งสำคัญไม่ใช่ปัญหาที่เจอแต่สำคัญที่ว่าท่านและข้าพเจ้าจะตอบสนองต่อปัญหานั้นด้วยความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองหรือจะเลือกดูว่าพระเจ้าได้สอนไว้ บอกไว้ให้เราทำอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น มีคนนินทาว่าร้ายท่านและท่านรู้ แต่ท่านต้องร่วมงานกับเขา พระเจ้าสอนท่านว่าให้ทำดีต่อศัตรู อวยพรเขาอย่างแช่งด่าเขาเลย ท่านถูกเอาเปรียบเสียประโยชน์อย่างไม่ควรเสียเพราะท่านมีสิทธิ์ที่จะได้รับสิ่งนั้น แต่เพราะพระคำของพระเจ้าบอกว่า ทำไมท่านไม่ยอมให้เขาโกง  (1คร.6)
ทั้งหมดนี้ยากมากถ้าเราไม่รู้จักพระเจ้าเราจะไม่มีทางเลือกที่จะทำตามที่พระองค์ได้ตรัสสอนไว้

ที่ข้าพเจ้าพูดได้อย่างนี้เพราะข้าพเจ้าได้ทำสิ่งเหล่านี้อยู่ และยังคงทำต่อไป เนื่องจากทุกสิ่งที่พระเจ้าตรัสถูกซ่อนไว้ด้วยพระพรนานาประการ ข้าพเจ้าไม่สามารถเล่ารายละเอียดแก่ท่านได้ แต่ท่านสามารถทดลองดู พระคำของพระเจ้าที่ว่าหวานกว่าน้ำผึ้งนั้นเป็นเช่นไร เพราะเมื่อเราทำตามแล้วพระเจ้าผู้มองไม่เห็นด้วยตาจะปรากฏแก่ท่านและอวยพรท่าน

ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นพระเจ้า แต่ข้าพระเจ้านับพระพรจากพระเจ้าไม่เคยหมด ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าหมด พระองค์ทรงเพิ่มพูน งานรับใช้จะง่ายดายและเดินอยู่ในการจัดเตรียมตลอดหนทาง ท่านจะอยุ่บนทางหลวงเสมอ เพราะพระคำของพระเจ้าจะนำท่านไป แม้จะเป็นหุบเขาเงามุจราชแต่ท่านเชื่อเถอะว่า
ท่านจะไม่ต้องเกรงอันตรายใดๆ เพราะพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย!

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การสถิตอยู่ของพระเจ้าเป็นเงาของเรา


ส่วนหนึ่งของสิทธิพิเศษของการรับใช้ คือการเรียนที่จะปลดปล่อยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในสถานที่หนึ่ง

ในชุมชนของเราก็มีสถานบันเทิงและแหล่งอบายมุขอยู่อย่างเปิดเผย หาไม่ยาก ถ้าคริสเตียนทำธุรกิจกับคริสเตียนก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะเราเป็นเกลือ เป็นความสว่าง เพราะงั้นเราจะส่องสว่างได้ดีมากเมื่อเราอยู่ในความมืด

ถ้านกจะเข้าไปในร้านทำผมหรือตลาดสักแห่งหนึ่ง นกจะอธิษฐานเพื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงถูกปลดปล่อยผ่านนก โอกาสในการรับใช้มากมายเกิดขึ้นเมื่อนกเรียนรู้ที่จะปลดปล่อยการสถิตอยู่ของพระองค์ในสถานที่ต่างๆที่นกไป

มีคนนำคนป่วยมาวางไว้บนถนนโดยหวังว่าเงาของเปโตรจะทอดลงมาบนพวกเขาและจะหายป่วย (กิจการ5.15) เงาของเปโตรไม่ได้ทำให้เขาหายโรค เงาไม่ได้มีความสำคัญอะไร แต่เปโตรอยู่ใต้เงาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การสถิตอยู่นั้นทำให้เกิดการอัศจรรย์ การเจิมเป็นการแสดงออกแบบหนึ่งของพระวิญญาณบริสุทธิ์  พระองค์ทรงมีตัวตน ในพันธกิจของพระเยซูใครก็ตามที่แตะเสื้อผ้าของพระคริสต์ก็จะหายโรคหรือผีก็จะออก (มาระโก6.56) การเจิมเป็นการสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่ามีการสถิตอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์จริงๆ และพระองค์ทรงถูกปลดปล่อยเข้าสู่สภาพแวดล้อมของเราได้

เพื่อนผู้รับใช้ท่ามกลางเราคนหนึ่งได้ยุติการประกาศใหญ่เพราะทั้งหมู่บ้านกำลังโศกเศร้ากับการเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ เพื่อนผู้รับใช้คนนั้นได้ไปเยี่ยมเยียนกระท่อมของครอบครัวนั้นเพื่อแสดงความเสียใจ เมื่อท่านอธิษฐานเพื่อครอบครัวนั้น มือของท่านบังเอิญจับมือเด็กน้อยนั้นอยู่ ท่านไม่ได้อธิษฐานเพื่อให้เธอฟื้นขึ้นจากความตาย แต่ภายในไม่กี่นาที เด็กหญิงก็บีบมือของท่าน เธอฟื้นจากความตายหลังเสียชีวิตไปแล้ว 12 ชั่วโมง

เหตุเพราะคน ๆ หนึ่งเต็มล้นด้วยฤทธิ์เดชแห่งการฟื้นขึ้นจากความตายของพระเยซู ขณะที่กำลังจะปลอบใจครอบครัวนั้น และขอพี่น้องทุกท่านจดจำไว้เสมอว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงถูกปลดปล่อยผ่านความเชื่อและความเมตตาสงสาร ความเชื่อและความเมตตาสงสารนั้นนำเราสู่การอัศจรรย์เสมอ....

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ความรัก และจริงใจ คือคุณสมบัติสำคัญของผู้รับใช้


จงมุ่งหาความรัก และขวนขวายของประทานฝ่ายพระวิญญาณด้วยความจริงใจ เฉพาะอย่างยิ่งการเผยพระวจนะ  1คร.14:1

การรับใช้พระเจ้านั้นมีหลายด้าน ทั้งด้านจิตวิญญาณ ด้านช่วยเหลือ บริการ ที่เราปรนนิบัติซึ่งกันและกันอยู่ สิ่งสำคัญที่ทำให้เราเห็นว่าคุณสมบัติสำคัญที่พระเจ้าบอกเราในขณะที่เราขวนขวายที่จะรับใช้ ขวนขวายที่จะฝึกฝนตัวเองให้เชี่ยวชาญในการสอน การบริการ อะไรก็ตาม และโดยเฉพาะคริสตจักรจะเติบโตก้าวหน้าโดยของประทานในฝ่ายพระวิญญาณนั้นสำคัญ

ลองนึกภาพดูว่า มีคนมาคริสตจักรครั้งแรกและเขาทุกข์หนักด้วยปัญหารุมเร้าอยากฆ่าตัวตาย และพระวิญญาณทรงตรัสกับบางคนในที่ประชุมว่า พระเจ้าต้องการให้คนที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตายนั้นรู้ว่าพระเจ้าทรงรักเขาและมีทางออกสำหรับทุกปัญหาให้เขาแล้วให้เขาออกมารับพระพรจากพระเจ้า  จะดียิ่งเพียงใดหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในคริสตจักรของพระองค์ที่นี่ สิ่งนี่เรียกว่าการเผยพระวจนะ

และพระคำของพระเจ้าได้บอกว่าการเผยพระวจนะนี้เราต้องขวนขวาย ปรารถนาอยากจะได้ด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ด้วยความเชื่อ หรือความรู้  จริงอยู่ทั้งความเชื่อและความรู้เป็นสิ่งสำคัญแต่ว่าความรักสำคัญที่สุด ความรักทำให้คนจริงใจต่อกัน  ความรู้ทำให้คนลำพองและเย่อหยิ่ง  ดังนั้นแล้วข้าพเจ้าอยากหนุนใจพี่น้องทีมงานทุกคนว่า สถานการณ์แต่ละวันอาจมีบางอย่างทำร้ายจิตใจของเราให้โกรธแค้น กรณีนี้ให้รีบขอกำลังจากพระเจ้าเพื่อจะอภัยเขาอย่างแท้จริง เพื่ออะไร?

เพื่อรักษาใจของท่านและรักษาความรักและความจริงใจเพื่อท่านจะสามารถเป็นภาชนะที่พระเจ้าใช้ได้เพื่องานของพระเจ้าจะเกิดผลต่อผู้อื่น อย่าให้ใจที่โกรธ โมโหอาศัยอยู่เกิน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นมันจะฝังรากลึกลงไปเรียกว่ารากขมขื่นอันเป็นเหตุให้หลายคนสาละวนกับเรื่องของตนเองแทนที่จะไปสาละวนกับงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ข้าพเจ้าและภรรยา เราขอบคุณพระเจ้าพระบิดาของเราเสมอเมื่อนึกถึงท่านทั้งหลาย เราเห็นท่านทั้งหลายมีจิตใจที่รักกันและกัน ช่วยเหลือกันและกันอย่างชนิดที่ว่าถึงพริกถึงขิง เราเองต้องนับถือในความรักของท่านที่มีต่อกันและมีต่อข้าพเจ้าและครอบครัวด้วย ขอท่านได้รักษาความรัก ความจริงใจนี้ไว้ตลอดไป ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

การเจิมเพื่อรับใช้ผู้คน


พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับให้เป็นอิสระ ลูกา 4:18

พระเยซูทรงทำพันธกิจรับใช้ผู้คนด้วยการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่เหนือชีวิตของพระองค์ การเจิมของพระองค์นั้นเป็นตัวอย่างของการรับใช้ผู้คนที่ให้เราทำตาม พระเยซูทรงคิดถึงใครเมื่อพระองค์ประกาศสั่งสอนต่อคนยากจน? พระองค์ทรงคิดถึงคนยากจนและพระองค์ทรงคิดถึงใครเมื่อทรงประกาศสั่งสอนเพื่อการปลดปล่อย ? ทรงคิดถึงคนที่ถูกผูกมัด ไม่ว่าด้วยการทำงานหนัก เหนื่อย ความเจ็บป่วย การทนทุกข์ในเรื่องของจิตใจ

ดังนั้น พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า อย่าแปลกใจถ้าเราจะต้องข้องเกี่ยว พบเจอกับผู้คนที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้กับเรา พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในคุกบ้าง เป็นคนยากจนบ้าง  คนเจ็บป่วยบ้าง คนที่โลกนี้ไม่ให้ความสำคัญกับเขาเลยบ้าง คนตาบอด คนมีภาระหนัก

เวลานี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ภายในเราทุกคน   พระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่กับเรานั้นเป็นผู้สอนเราถึงสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้เพื่อรับใช้คนอื่น ในทุกสถานการณ์ ขอให้พี่น้องติดตามการทรงนำของพระองค์ในการอธิษฐานเพื่อผู้ป่วย ปลดปล่อยผู้ถูกบีบบังคับ และขับไล่วิญญาณชั่วร้ายต่างๆ เพื่อพันธกิจของพระเยซูจะยังคงมีอยู่ในทุกวันนี้  ผ่านท่านและข้าพเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

การลองดูความเชื่อของท่าน

เพื่อการลองดูความเชื่อของท่าน อันประเสริฐยิ่งกว่าทองคำ ซึ่งแม้เสียไปได้ก็ยังถูกลองด้วยไฟ จะได้เป็นเหตุให้เกิดความสรรเสริญเกิดศักดิ์ศรีและเกียรติ ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ 1เปโตร 1:7
ทองคำจะต้องได้รับการถลุงให้บริสุทธิ์ เพื่อมันจะออกมาเป็นทองคำบริสุทธิ์สุกใส ความเชื่อของเราก็เช่นเดียวกัน  จำเป็นต้องเผชิญกับความทุกข์ เพื่อมันจะกลายเป็นความเชื่อที่แท้จริงได้ ในสัปดาห์เดียวกันไม่น่าเชื่อว่าพี่น้องในทีมงานของเราพบเจอกับการทดลองความเชื่อกันยกใหญ่ มี 2 ครอบครัวที่ขโมยขึ้นบ้าน มี 1 ครอบครัวที่คุณแม่ป่วยหนักกระทันหัน และหลังจากนั้นยังต้องพบกระแสความเข้าใจผิดในฐานะที่เป็นคริสเตียนคนเดียวในบ้าน มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น
ความเป็นเนื้อแท้ของความเชื่อของท่านและข้าพเจ้าต่างต้องพิสูจน์กันในเวลาเช่นนี้แหละ และเราต้องพิสูจน์ความเชื่อเช่นนี้ตลอดชีวิตของพวกเราเลยทีเดียว  โดยผ่านความทุกข์ยากลำบาก การทดลอง เหล่านี้จะทำให้เนื้อแท้ของความเชื่อปรากฏขึ้นมา และในที่สุดเราได้เห็นพระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์รักษา และเปลี่ยนแปลงบรรยากาศให้กลายเป็นพระพรในที่สุด  สรรเสริญพระเจ้า
ดังนั้น  ขอให้เราผู้ซึ่งเป็นแกนนำของคริสตจักรปทุมธานี เปิดใจรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าดี หรือร้าย จงอยู่อย่างมั่นคงเมื่อถึงวันยากลำบาก เพราะความเชื่อที่ไม่หวั่นไหวนั้นเองจะเป็นประตูที่เปิดกว้างให้เราได้เห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าเข้ามาอวยพรพวกเรา  ต่อหน้าต่อตาศัตรูและเราจะรู้ว่า การร้ายใดๆไม่สามารถหยุดยั้งความรัก ความดี และการจัดเตรียมของพระเจ้าที่มีต่อเราได้เลย
ให้เราระลึกเสมอว่า การลองดูความเชื่อของเรานั้นมีค่าประเสริฐยิ่ง และนั่นจะทำให้ชีวิตของพวกเราได้รับการถลุงให้บริสุทธิ์  เพื่อถวายสง่าราศีแด่พระเจ้ายิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น ...

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฉลาดนะพวกเราน่ะ

ในแต่ละอาทิตย์หลังจากที่สมาชิกทุกคนได้กลับไปหมดแล้ว เราได้ประชุมทีมงานและพูดคุยถึงสิ่งที่พระเจ้ากระทำท่ามกลางพี่น้องของเรา และเราประเมินผลแต่ละสัปดาห์ว่าอะไรที่ขาดตกบกพร่องไปและอะไรที่เราทั้งหลายต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทรงตอบคำอธิษฐาน คำวิงวอนของพวกเรา ทำให้เราในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าเกิดความซาบซึ้งในพระคุณของพระเจ้า ที่ได้ทรงประทานเพื่อนร่วมงานที่น่ารักอย่างพวกท่านอยู่ท่ามกลางเรา สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตว่าเราที่นั่งอยู่ในห้องประชุมทีมงานนั้น เรามีความแตกต่างกันมากในเรื่องของภูมิหลัง,ความรู้,บุคลิค,อาชีพ แต่ว่าเรามีสิ่งเดียวที่สำคัญที่เหมือนกันคือ เรารักพระเจ้าและรักที่จะให้ชีวิตของตัวเองเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น  และอยากจะสรุปอีกครั้งคือพวกท่านเป็นคนฉลาดจริงๆ เพราะจากชีวิตของท่านทำให้เราได้คิดถึงข้อความหนึ่งในพระธรรมสุภาษิต 23:4-5 ที่ว่า
"อย่าทำงานเพื่อเห็นแก่ทรัยพ์ศฤงคาร จงฉลาดพอที่จะยับยั้งไว้ เจ้าจะเพ่งตาของเจ้าอยู่ที่ของอนิจจังหรือ เพราะทรัพย์สมบัติมีปีกแน่นอนทีเดียว มันจะบินไปในท้องฟ้าเหมือนนกอินทรี" 
เราเห็นคุณชีพที่เป็นพนักงานขับรถแท็กซี่ เรียกเต็มยศนิดหน่อยเพื่อความหรูหรา เขาเป็นเจ้าของกิจการที่ถอยรถแท็กซี่มารับใช้พระเจ้าเป็นหลัก ส่วนการรับส่งผู้โดยสารทั่วไปเป็นเพียงอาชีพเสริม นี่เป็นคำกล่าวของเขา และไม่ใช่แค่คำพูดแต่การกระทำของเขาเป็นอย่างนั้นด้วย  เราเห็นเขาออกเยี่ยมเยียนพี่น้องบ่อยๆ วันอาทิตย์รับ-ส่งพี่น้องที่เจ็บป่วย สุงอายุ บ้านไกล ๆ หลายๆครอบครัวในช่วงเช้า และยังเห็นพระเจ้าทรงจ่ายค่าโดยสารให้คุณชีพแบบที่เงินพันหนึ่งเนี่ยแค่สองสามชั่วโมงเขาก็หาได้แล้ว
ไม่เท่านั้นเรายังเห็นท่ามกลางพี่น้องผู้เชื่อใหม่ได้เลียนแบบความเชื่อจากทีมงานของเราด้วย อาประสิทธิ์เจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่มีชื่อของจังหวัดเรา ประกาศออกมาแล้วว่าหยุดวันอาทิตย์ ทั้งที่กำไรจากวันนั้นวันเดียวอยู่ในหลักหมื่นบาท !!
ไม่เรียกว่า "ฉลาดนะพวกเราน่ะ" แล้วจะเรียกว่าอะไร  เราในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าที่นี่ ไม่รู้ว่ามีความสุขแค่ไหนที่เห็นชีวิตของพี่น้องได้รับพระพรจากพระเจ้าใน 6 วันและฉลาดมากที่เลือกพระเจ้าเป็นที่หนึ่ง เพราะนี่เป็นสิทธิพิเศษที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้กับผู้เชื่อ และ ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ เพราะพวกเรากำลังรับใช้พระเจ้าที่อวยพรให้ รายได้แค่ 6 วันนั้นมากกว่าที่เราทำทั้ง 7 วันถึง 2 เท่าได้ !!
"เหตุฉะนั้นเมื่อพระสัญญายังมีอยู่ว่า
จะให้เราเข้าสู่การพำนักซึ่งพระองค์ทรงประทาน
ก็ให้เราทั้งหลายระมัดระวังอยู่เสมอ
มิฉะนั้น อาจจะมีบางคนในพวกท่านไปไม่ถึง
เพราะว่าแท้ที่จริง เราได้รับข่าวอันประเสริฐเช่นเดียวกับเขา
แต่ว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์จากข่าวอันประเสริฐ
เพราะเขาไม่เชื่อ สำหรับเราผู้มีความเชื่อแล้ว
จะได้เข้าสู่การพำนัก..
และมีข้อหนึ่งที่ได้กล่าวถึงวันที่เจ็ดดังนี้ว่า
ในวันที่เจ็ดนั้น พระเจ้าก็ได้ทรงหยุดพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์"
ฮีบรู 4:1-5

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เราก็มีปัญหาเหมือนกันนะ



ในขณะที่เรารับใช้พี่น้องในคริสตจักรด้วยความเต็มใจ เราทุกคนต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลูกๆ เพื่อนร่วมงาน สุขภาพและการเงินของตนเอง ใช่ว่าที่เราหน้าระรื่นรับใช้ผู้อื่นเพราะเราบรรลุแล้วก็หาใช่เช่นนั้นไม่
อะไรเป็นแรงบรรดาลใจของท่านและข้าพเจ้า เราคงจะตอบไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะความแสนดีของพระเจ้าผู้ซึ่งเป็นที่รักของเรา พวกเราได้ซาบซึ้งถึงพระราชกิจอันทรงพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์ และบัดนี้เราได้ถวายตัวเพื่อรับใช้ผู้อื่นเหมือนดังที่พระองค์ทรงกระทำ

ครั้งหนึ่งครูวิมลเล่าว่า คุณชีพซึ่งสมัยก่อนนั้นเป็นสามีที่ยังมิมีความน่ารักบังเกิดขึ้น หากเทียบกับปัจจุบันนั้นได้ยินคุณครูวิมลเปรียบเปรยดังหน้ามือเป็นหลังมือก็ยังน้อยไป แต่ที่คุณชีพเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะพระเจ้าได้พูดกับเขาที่หัวใจ คำนี้เป็นสิ่งที่อยากนำมาแบ่งปัน หนุนใจให้จงหนักสำหรับเพื่อนผู้รับใช้ที่กำลังหนักอกหนักใจกับปัญหาของคน ซึ่งตรงนี้ท่านมีความสามารถที่จำกัดด้วยเพราะเพศ วัย อายุ หรือความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกันไป ขอให้ท่านไว้วางใจมอบชีวิตของคนที่ท่านห่วงใยนั้นให้พระเจ้าพูดกับเขาที่หัวใจ เพราะเมื่อพระเจ้าพูดแล้ว ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราได้เห็นคุณชีพ ณ ปัจจุบันนี้ดีกว่าเก่าขนาดไหน!! ขอบคุณพระเจ้า

อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใด แต่จงมอบสิ่งนั้นไว้กับพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน และการขอบพระคุณ สูตรนี้ได้ผลทุกครั้งเมื่อใช้ เราพบเสมอว่าเพื่อนผู้รับใช้ของเราบางครั้งต้องหยุดงานรับใช้อย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะกังวลเรื่องความเป็นอยู่มากเกินควร จนลืมไปว่าโลกนี้เป็นบ้านชั่วคราว และงานที่เขาทำอย่างหนักนั้นเป็นงานชั่วคราวเช่นเดียวกัน เสียดายที่พวกเขาไม่น่าทิ้งงานถาวร ไปจริงจังกับงานชั่วคราวที่เปรียบดังเสื้อผ้าที่ต้องทิ้งไปเมื่อมันเก่า

ขอหนุนใจให้ทุกท่านยืดอกไว้ แล้วรู้ว่าท่านกำลังทำงานของพระเจ้าอยู่ คือการไว้วางใจพระเยซูคริสต์ในสิ่งที่ทรงกระทำเสร็จแล้วเพื่อเราจะรับผลประโยชน์ ขอให้ท่านยิ่งทำมากขึ้นเพราะพระเจ้าทรงมีพระคุณมากขึ้น อาเมน..


"แต่ว่าข้าพเจ้าเป็นอยู่อย่างนี้ ก็เนื่องด้วยพระคุณของพระเจ้า และพระคุณของพระองค์ซึ่งได้ทรงประทานแก่ข้าพเจ้านั้น มิได้ไร้ประโยชน์ ตรงกันข้าม ข้าพเจ้ากลับทำงานมากกว่าพวกเขาเสียอีก มิใช่ตัวข้าพเจ้าเองทำ พระคุณของพระเจ้าซึ่งดำรงอยู่กับข้าพเจ้าต่างหากที่ทำ" 1โครินธ์ 15:10-11